
ในอดีตผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในช่วงระยะของการศึกษาประมาณ 16 ปี จะได้รับการดูแลจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยในระยะ 4 ปีหลังในมหาวิทยาลัยมีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นผู้ดูแล แต่ภายหลังสำเร็จการศึกษา และประกอบวิชาชีพแล้วซึ่งเป็นระยะเวลาถึง 30 กว่าปีนั้น จะไม่มีผู้ดูแล มีเพียงสมาคมต่างๆ ที่ช่วยกันดูแลบ้างเท่านั้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้การประกอบวิชาชีพเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์ และส่งผลต่อความปลอดภัยของสาธารณะชนในที่สุด
ดังนั้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2540 ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ร่วมกันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.... ขึ้น และใช้เวลากว่า 10 ปี ในการผลักดันพระราชบัญญัติฉบับนี้จนผ่านขั้นตอนของรัฐสภา
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้นำเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ พระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551 มาตั้งแต่ปี 2540 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551 โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2551 เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบันและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เล่ม ที่ 125 ตอนที่ 31 ก หน้า 4-25 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
สาระสำคัญของ พ.ร.บ. นี้ จึงเป็นกฎหมายที่มุ่งจะให้วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและผู้ประกอบวิชาชีพนี้ได้รับการส่งเสริม ควบคู่ไปกับการควบคุมกำกับการประกอบวิชาชีพในสาขาที่มีอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยเฉพาะ โดยให้มีองค์กรที่มีการจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. นี้ มีชื่อว่า สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นนิติบุคคล ที่ทำหน้าที่ดูแล และเดินเคียงข้างผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันสภาวิชาชีพฯแห่งนี้ก็ทำหน้าที่ในการรับใช้สังคมโดยทำหน้าที่ควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนควบคุมมิให้ผู้ที่ขาดความรู้ความสามารถเข้ามาประกอบอาชีพในสาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ซึ่งหากไม่มีการควบคุม อาจทำให้เกิดความผิดพลาดที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและสังคมโดยรวมได้
วัตถุประสงค์
- ส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยการศึกษา การค้นคว้า การทดลอง การวิเคราะห์ และการวิจัย
- ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสเข้าเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- ส่งเสริมความสามัคคี และผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม
- ควบคุมดูแลความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ถูกต้องตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
- ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ความรู้ และสร้างจิตสำนึกทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ประชาชน
- ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายและปัญหาด้านวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อำนาจหน้าที่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- กำหนดแผนการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นที่สนใจแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม
- พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
- เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดกลุ่มวิชาของวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการเพิ่มเติมสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม
- ออกข้อบังคับว่าด้วย
(ก) การรับสมัครสมาชิก ค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสมาชิก
(ข) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิก
การออกใบอนุญาต ต่ออายุใบอนุญาต
(ค)
การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต
(ง)
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต
(จ)
จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
(ฉ)
การอุทรณ์คำสั่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณ
(ช)
มาตรฐานการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม
(ซ)
การฝึกอบรมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(ฌ)
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับสิทธิประโยชน์
(ญ)
การประชุมของที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(ฎ)
การเลือกตั้ง การสรรหา และการแต่งตั้งบุคคล
|